บทที่ 6 ตอนที่ 6
“รู้แล้วก็ออกไปเสียสิ ไปเลย ไปให้พ้น”
มาริออสผินหน้ามองออกไปนอกกระจกใสเพื่อต้องการระงับโทสะ แต่ให้ตายเถอะ แม่สาวน้อยตรงหน้ายั่วได้เก่งเหลือเกิน จนเขาแทบจะควบคุมตัวเองไม่ได้
ชายหนุ่มถอนใจแรงๆ ขณะหันหน้ามาจ้องมองพิมรักอีกครั้ง ใบหน้าสวยหวานที่บูดบึ้งทุกครั้งยามที่เห็นหน้าเขา ความอิจฉาที่ควบคุมไม่ได้ระเบิดในอก หัวใจหนุ่มรุ่มร้อนด้วยความต้องการเอาชนะ
“ฉันต้องการดอกไม้”
“แต่ฉันจะปิดร้านแล้ว”
“ไม่ เธอยังไม่ได้ปิดร้าน ป้ายที่หน้าร้านยัง open หรือจะเถียง”
พิมรักเม้มปากเป็นเส้นตรง มองผู้ชายตรงหน้าด้วยความขุ่นเคือง ก่อนจะรีบร้อนก้าวไปข้างหน้า เพื่อที่จะไปพลิกป้ายจาก open ให้เปลี่ยนมาเป็น close แต่เพราะไม่ทันระวัง ทำให้เท้าพันกันและเซจะล้ม
มาริออสจึงต้องสวมบทบาทสุภาพบุรุษรวบร่างของหล่อนเอาไว้ ก่อนที่ร่างเล็กจะกระแทกลงกับพื้น
“ระวังหน่อยสิ” เขาตำหนิ แต่ไม่ยอมปล่อยแขนที่รัดรอบร่างหล่อนออกง่ายๆ
“ขอบ...ขอบคุณ...” หล่อนตอบออกไปตะกุกตะกัก แค่มองหน้ากันหล่อนก็แทบจะขาดใจตายเพราะความปรารถนาอยู่แล้ว แต่ตอนนี้ หล่อนกำลังซุกตัวอยู่ในอ้อมแขนกำยำของมาริออส แม้ว่ามันจะเป็นแค่เรื่องบังเอิญก็ตาม
หัวใจของพิมรักสั่นระรัวจนแทบจะกระดอนออกมานอกอก ดวงตากลมโตเบิกกว้าง กลีบปากอิ่มเต็มตึงเผยอค้างด้วยความตกใจระคนขัดเขิน สมองสั่งให้ผลักไสแผ่นอกกว้างออกไปเสีย แต่ทำไมนะ ทำไมหัวใจไม่รักดีถึงได้ทรยศอย่างร้ายกาจแบบนี้ มันสั่ง...ให้หล่อนแนบใบหน้ากับอกกว้างที่เคยสัมผัสมาแล้วว่ากล้ามเนื้อภายใต้อาภรณ์ที่สวมอยู่นั้นแน่นหนั่นแค่ไหน
“ฉัน...”
“ไม่ต้องพูด...แค่ยืนนิ่งๆ ก็พอ”
มาริออสหรี่ตามองกลีบปากสั่นระริกของพิมรักอย่างหิวกระหาย เขายังจดจำรสชาติจากปากอิ่มนี้ได้เป็นอย่างดี ลิ้นเล็กของหล่อนทำให้เขาเสียวซ่านรัญจวน ความปรารถนาที่จะฝังตัวลงในร่างเล็กแคบของพิมรักรุนแรงขึ้นจนเขาแทบจะควบคุมเอาไว้ไม่อยู่
มาริออสต่อสู้กับความทรมานป่าเถื่อนในอกของตัวเองอย่างสุดกำลัง กลิ่นกายสาวสะพรั่งโชยฟุ้งเข้ามาในจมูกอย่างต้องการให้เขาพ่ายแพ้ราบคาบ เขากัดฟันแน่น บอกตัวเองให้ถอยออกห่าง แต่สิ่งที่ทำกลับตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง เมื่อศีรษะแสนทะนงของเขาโน้มต่ำลงไปเรื่อยๆ จนเฉียดชิดกับกลีบปากอิ่ม
“นาย...”
“อย่าพูด”
มือใหญ่ข้างหนึ่งเลื่อนขึ้นจากเอวคอดขึ้นมาตรึงท้ายทอยเล็ก ก่อนที่เขาจะก้มหน้าลงไปประกบปากจูบอย่างดูดดื่ม สัมผัสแรกสาวน้อยสะดุ้งและผลักไส แต่หลังจากถูกบดคลึงไม่กี่อึดใจ หล่อนก็แย้มเผยอปากจูบตอบในที่สุด
ทั้งคู่บดขยี้ปากเข้าใส่กันอย่างดุเดือด ดูดกัดกันด้วยความหื่นกระหายที่กักเก็บมาเนิ่นนาน ครั้งแล้วครั้งเล่าที่สองปากบดเบียดจนแทบจะฉีกขาด แต่กระนั้นก็ยังไม่เพียงพอ ยังไม่สาสมกับอารมณ์ปรารถนาที่ลุกโชนอยู่ภายในกาย
ร่างเล็กของพิมรักถูกดันจนบั้นท้ายชนกับขอบโต๊ะกระจก มาริออสเติมเต็มเข้ามาหา บดคลึงปากอิ่มแนบแน่นไม่เหลือช่องว่าง ลิ้นใหญ่สอดแทรกดูดรัดลิ้นเล็กอย่างหิวจัด ดูดกลืนความหวานอย่างตะกละตะกลาม สองร่างกอดรัด จูบตอบกันด้วยแรงดึงดูดทางเพศที่รุนแรงจนน่าตกใจ และทั้งคู่ก็คงจะมัวเมาอยู่ในหุบเหวของราคะต่อไปจนสุดทาง หากมือเล็กของพิมรักไม่บังเอิญไปปัดแจกันดอกไม้ร่วงลงพื้นเสียก่อน
เพล้ง...
เสียงแจกันใบสวยกระทบกับพื้นกระเบื้องดังแทรกเข้ามาในโสตประสาท และนั่นก็ทำให้สองหนุ่มสาวที่กำลังแลกลิ้นกันอย่างหื่นกระหายรู้สึกตัว และผละออกจากกันในทันที
“นาย...นายกลับไปได้แล้ว ไปสิ” ความรัญจวนร้อนแรงกำลังถูกแทนที่ด้วยความอับอายที่สุดในชีวิต และหล่อนก็ไม่กล้าแม้แต่จะมองหน้ามาริออส
“ฉันจะมาสั่งดอกไม้ใหม่ในวันพรุ่งนี้” เขาตอบเสียงห้วน ก่อนจะเดินออกไปโดยไม่พูดอะไรออกมาอีก
พิมรักแทบทรุดลงกับพื้น นิ้วเรียวยกขึ้นแตะกลีบปากบวมช้ำของตัวเอง และร้องไห้ออกมา
นี่หล่อนเป็นบ้าอะไรไป ทำไม...ทำไมถึงได้ยอม...ยอมให้ผู้ชายใจร้ายอย่างมาริออสมาย่ำยีอีก ทั้งๆ ที่ก็รู้อยู่เต็มอกว่าหมอนั่นไม่มีทางรับผิดชอบทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้น และบางทีที่เขามาที่นี่ ก็อาจจะเป็นเพราะว่าต้องการมาเย้ยหยันหล่อนก็เป็นได้
โธ่ แล้วทำไมหล่อนถึงได้ยินยอมพร้อมใจไปกับจุมพิตดุเดือดของผู้ชายคนนั้น ทำไมถึงได้จูบตอบเขา แทบจะกินปากเขาแบบนั้น
“แพท...เธอเป็นบ้าอะไร” มือเล็กยกขึ้นปิดหน้าร่ำไห้ แต่ถึงแม้จะเสียใจและอับอายแค่ไหน แต่สัมผัสร้อนรุ่มของมาริออสก็ยังคงกรุ่นติดอยู่กับกลีบปากไม่จาง
ขณะที่พิมรักกำลังร่ำไห้เพราะความอดสูในความใจง่ายของตัวเองอยู่ภายในร้าน ในรถสปอร์ตคันงามก็มีผู้ชายคนหนึ่งกำลังนั่งเหม่อลอยและยกมือขึ้นแตะริมฝีปากของตัวเอง
มาริออสแทบไม่อยากจะเชื่อว่าตัวเองจะมีความต้องการรุนแรงขนาดนี้ เขาจูบพิมรักราวกับตายอดตายอยากมานาน และถ้าแจกันไม่ร่วงลงพื้นเสียก่อน เขาก็คงจะจับหล่อนสอดใส่เสียเดี๋ยวนั้น
